วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาพถ่ายอ่าวพัทยายามค่ำคืน



พอดีช่วงนี้หัดถ่ายรูปกลางคืนครับ เลยออกไปข้างนอกกะว่าจะหาที่ถ่ายรูป แต่นึกอยู่นานเลยว่าจะไปไหนดี สุดท้ายก็ไปที่ บนเขา สทร. แล้วก็ ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ได้รูปมาสมใจอยากครับ ผมว่าอ่าวพัทยายามค่ำคืนมันมีเสน่ห์จริงๆ ลองมาดูกันครับ






เป็นไงบ้างครับหากมีเวลาลองสะพายกล้องคู่ใจมาถ่ายภาพกันครับ

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ขับรถอย่างปลอดภัยในเมืองพัทยา

ช่วงนี้อากาศบ้านเรา มันแปลกๆครับ แด้ดร้อนเปรี้ยงได้สักพัก ดันมีฝนตกซะงั้นเอาใจไม่ถูก บางครั้งผมไปตรวจงาน (อาชีพสายตรวจ ร.ป.ภ) ขึ้นไปตรวจงานบนเขาทัพพระยา ก็แดดร้อนปกติของเที่ยงวัน พอตรวจเสร็จมาฝั่งนาเกลือบ้าง โอวว....พระเจ้าจ๊อช ฝนเทลงมาหนักมากมายครับ ระยะทางห่างกันนิดเดียวเอง

ดังนั้นครับท่านที่จะมาเที่ยวพัทยาในช่วงนี้ยังไงก็ใช้ความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซต์ด้วยนะครับ

ส่วนเส้นทางที่ต้องระวังเป็นพิเศษเท่าที่ประสบการณ์ของผมมันบอกก็คือ

1. บริเวณพัทยาใต้ตั้งแต่แยกไฟแดงหน้าโรงเรียนเมืองพัทยา 8 ไปจนถึงโรงแรมคาเมรอท บริเวณนั้นผิวถนนไม่สม่ำเสมอ และการจราจรคับคั่งมาก ยิ่งช่างตี 2 ถึงตี 3 และช่วงฝนตกต้องระวังเป็นพิเศษครับ

2.หน้าวัดชัยมงคล พัทยาใต้ ไปจนถึง ตึกคอมครับ ถนนบริเวณนั้นถนนลื่น และเป็นจุดที่เป็นตลาดทั้งคนทั้งรถมากพอดูครับ ให้ระวังการขับรถสวนทางครับ
- เลยตึกตอมมานิดนึงเป็นเส้นทางลัด ซอยบัวขาว ซึ่งทางออกบริเวณนี้รถค่อยค่างเยอะครับ ต้องระวังให้ดี เพราะปากซอยบัวขาวเป็นทางต่างระดับลาดลงมาที่ถนนพัทยาใต้ ค่อนข้างชันครับ

3.ต่อมาคงจะเป็นซอยเล็กๆ หรือทางลัดต่างๆ ที่ส่วนมากด้านข้างถนนจะเป็นร่องระบายน้ำ สำหรับรถมอเตอร์ไซต์ร่องระบายน้ำมันตื้น แต่ลื่นมากครับ ผมเองเกือบล้มมาหลายครั้งแล้ว ยังไงก็ระวังด้วยครับ

4.บริเวณหน้าศาลพัทยา เป็นสามแยกบนเขาที่ยังไม่มีสัญญาณไฟจราจร และทางขรุขระ ให้ระวังเรื่องการขับรถข้ามแยกนะครับ อันตรายพอสมควร

5.อย่าลืมสวมหมวกกันน๊อค และคาดเข็มขัดนิรภัยครับ เพื่อความปลอดภัย อีกอย่างหนึ่งคือพี่ๆตำรวจจับและปรับแน่นอน ครับ (ล่าสุดผมโดนเรื่องหมวกกันน๊อกมาแล้ว โดนไป 200 บาทครับสำหรับค่าปรับ)

ตอนนี้นึกออกเท่านี้ อิอิ... เดี๋ยวเวลาไปตรวจงานผมจะเก็บข้อมูลมาฝากอีกแล้วกันครับ ถ้าได้พกกล้องไปด้วยก้จะพยามเก็บภาพมาฝาก อย่างน้อยๆก็ช่วยๆกันเรื่องความปลอดภัยครับ

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คนนับแสนแห่ชมประกวดพลุนานาชาติ พัทยา

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 ส.ค. 53 ณ บริเวณริมหาดพัทยา ปากซอย 6 กระทรวงกลาโหม เมืองพัทยา ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดงาน แสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมี ฯพณฯ ประวิตร วงศ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ร่วมกันเป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางพสกนิกรปวงชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
เข้าร่วมชมงานนับแสน ท่ามกลางบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในโลก
โดยช่วงแรกพบกับนักร้องขวัญใจวัยรุ่นค่าย เดอะสตาร์ อาทิ รุจ ดิว
เซ็น เก่ง และ กัน เดอะสตาร์ ขึ้นโชว์เสียงเพลง ก่อนที่จะเริ่มการแสดงพลุปฐมฤกษ์
โดยกลอเรียส ไฟร์เวิร์ค จากสาธารณรัฐประชาชนจีน
จากนั้นจะเป็นการแสดงเพื่อประกวด จากประเทศอิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ปิดท้ายด้วยสีสันของพลุจากประเทศไทย
จากนั้นเข้าสู่ช่วงพิธีการจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 นับเป็นมหามงคลยิ่งใหญ่
ซึ่งจะได้เตรียมการแสดงสุดพิเศษที่จะสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทุกคน
ด้วยการแสดงพลุร่วมกันของทั้ง 4 ประเทศ ซึ่งจะเป็นการยิงพลุทั่วทั้งอ่าวพัทยา
อย่างยิ่งใหญ่
โดยไฮไลท์ที่จะสร้างความฮือฮาเป็นครั้งแรกคือการ นำเรือสปีดโบ๊ท 20 ลำ ยิงพลุ บนพื้นผิวน้ำครั้งแรก และ บริเวณด้านบนจะมีพลุตะไลของไทยยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างตระการตา สลับพลุชุดสุดท้าย ทั้ง 4 ประเทศจะยิงพลุโชว์ผลงานพร้อมกันอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับการบรรเลงเพลงสดุดีมหาราชาอีกด้วย
นอกนี้ยังมีพลุจากชมรมพลุไทย ที่ยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า และการแสดงพลุระดับเวิล์ดคลาส กลางทะเล ที่ใช้พลุจำนวนมากที่สุดกว่า 5 หมื่นลูก รวมระยะทางการแสดงพลุมากกว่า 3 กิโลเมตร ยาวทีสุด เท่าที่เคยจัดแสดงในประเทศไทย โดยความร่วมมือจากทีมงานผู้จัดการแสดงพลุระดับโลกมากที่สุดครั้งหนึ่งของ ประเทศไทย...

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

งานแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ที่พัทยา

ในวันเสาร์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ ณ บริเวณ ริมชายหาดเมืองพัทยา เวลา ๑๔.oo-๒๒.oo น. จะมีการจัดงานแสดงและประกวดพลุนานาชาติขึ้น มีชื่องานเต็มๆว่า "งานแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติดวงประทีปพราวนภา เทิดราชาราชินี บารมีศรีแผ่นดิน ครั้งที่ 2" ซึ่งจะมีรายละเอียดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยดังนี้ครับ

ใน วาระอันเป็นมหามงคลยิ่ง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ กระทรวงกลาโหม , ส่วนราชการต่างๆ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน จึงร่วมกันจัดงานแสดงและประกวดพลุนานาชาติ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยจะเริ่มตั้งแต่ เดือนธันวาคม ๒๕๕๒ เป็นต้นไป จนถึง เดือนธันวาคม ๒๕๕๔ นับ เป็นงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่และยาวนานที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย
ประเทศที่เข้าร่วมการแสดงและการประกวดพลุนานาชาติเฉลิม พระเกียรติฯ
1.ประเทศออสเตรเลีย
2.ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
3.ประเทศเดนมาร์ก
4.ประเทศสหพันธรัฐเยอรมนี
5.ประเทศอิตาลี
6.ประเทศญี่ปุ่น
7 ประเทศฟิลิปปินส์
8. ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์
9. ประเทศสหราชอาณาจักร
10.ประเทศสหรัฐอเมริกา
11.ประเทศไทย

รายละเอียดการแสดงและประกวดพลุนานา ชาติ ครั้งที่2
วัน เสาร์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ ณ บริเวณ ริมชายหาดเมืองพัทยา เวลา ๑๔.oo-๒๒.oo น. การแสดงและการประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ ๒ นับเป็นการแสดงพลุกลางทะเลที่ใช้พลุจำนวนมากที่สุด และระยะทางการแสดงพลุยาวที่สุดเท่าที่เคยจัดแสดงในประเทศไทย ณ บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยความร่วมมือจาก ๔ ประเทศ ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน , ประเทศอิตาลี , ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ และชมรมพลุแห่งประเทศไทย ที่จะมาร่วมแสดงและประกวดพลุนานาชาติในครั้งนี้
ชื่อองก์พลุในการจัดการแสดงและประกวดพลุ
@ องก์ที่ 1 “ทวย ราษฎร์สองธาตรี ภักดีนิรมิต อร่ามวิจิตรพัทยา” (ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน)
@ องก์ ที่ 2 “องค์สิริกิตต์พระเคียงขวัญ สิริมั่นองค์ภูมิพล” (ประเทศอิตาลี)
@ องก์ที่ 3 “อาหรับ คิดประณีตศิลป์ เทิดสยามินทร์ ธ จอมไทย” (ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ )
@ องก์ที่ 4 “กลาโหมประโคมชัย พระสถิตย์ในกิจทรงธรรม์” (ประเทศไทย)
ขอเชิญชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในงาน“แสดง และประกวดพลุนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ ดวงประทีปพราวนภา เทิดราชาราชินี บรามีศรีแผ่นดิน ครั้งที่ 2 ” ในวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคมนี้ ณ ชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบกับนิทรรศการเทิดพระเกียรติ , กิจกรรมการออกร้านสินค้า OTOP พร้อมการแสดงจากเหล่าศิลปินดาราทั่วฟ้าเมืองไทย ตั้งแต่เวลา 14.00-22.00 น. เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครับ

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ทัพพระยา ประวัติศาสตร์กู้ชาติ สู่เมืองท่องเที่ยว

พ.ศ. 2310 ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า 3 เดือน พระยาตาก (สิน) ขณะที่ยังเป็น พระยากำแพงเพชร เห็นว่า หากกรุงศรีอยุธยายังต่อสู้กับพม่าอย่างอ่อนแอดังเช่นที่เป็นอยู่ จะต้องสูญเสียกรุงแน่ ๆ จึงรวบรวมสมัครพรรคพวก เดินทางออกจากกรุงศรีอยุธยา โดยตั้งใจว่า เมื่อมีกำลังทัพเข้มแข็งจะกลับมากู้กรุงคืน

พระยา กำแพงเพชร เริ่มเคลื่อนทัพออกจากค่ายวัดพิชัยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ต่อสู้และถอยหนีจากการตามล่าของทหารพม่าไปตลอดทาง กระทั่งเข้าแขวงเมืองชลบุรีจึงหยุดพักทัพ ก่อนเดินทัพมุงตรงไปยังจันทบุรี
ระหว่าง ทางได้หยุดพักที่บ้านหนองไผ่ ต.นาเกลือ แขวงเมืองบางละมุง ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2 กล่าวไว้ว่า "นายกลม" ซึ่งเป็นนายชุมนุมคุมไพร่พลอยู่บริเวณนั้น ได้ตั้งทัพคอยสกัดทัพของพระยากำแพงเพชร เมื่อพระยากำแพงเพชรซึ่งอยู่บนหลังช้างพลายถือปืนสับนกรางแดงพร้อมด้วยพล ทหารที่ร่วมเดินทางมาตรงเข้าไปในระหว่างทัพของนายกลม ด้วยเดชะบารมีบันดาลให้นายกลมเกิดความเกรงกลัวพระเดชานุภาพ จึงวางอาวุธลง และพาไพร่พลเขาร่วมกองทัพกับพระยากำแพงเพชร

ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันอังคาร แรม 6 ค่ำ เดือนยี่ นายกลมนำไพร่พลหมื่นหนึ่งนำทัพไปถึง ณ ตำบลหนึ่ง หลังจากหยุดพักหนึ่งคืน วันต่อมา จึงเดินทัพมาถึงนาจอมเทียนและทุ่งไก่เตี้ย สัตหีบ โดยหยุดพักแรม แห่งละคืน

ต่อมาชาวบ้าน จึงเรียกตำบลซึ่งทัพของพระยากำแพงเพชรมาหยุดพักนี้ว่า "ทัพพระยา" และเปลี่ยนมาเรียกเป็น "พัทธยา" เนื่องจากเห็นว่าตรงบริเวณนั้นมีลมทะเลชื่อ "ลมพัทธยา" คือลมที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือในต้นฤดูฝน ต่อมาจวบจนปัจจุบัน "พัทธยา" ได้เขียนใหม่เป็น "พัทยา"

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่ท่องเที่ยว

ตลอดทั้งปี

ลักษณะของสถานที่

เขา พัทยา หรือเขาทัพยา หรือเขาทัพพระยา มีจุดชมวิว ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองพัทยาได้ทั้งหมด อยู่ในเขตของสถานีวิทยุโทรทัศน์ สทร. 5 พัทยา เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึก มีนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวกันเป็นจำนวนมาก โดยจุดสำคัญของเขาพัทยามี 2 แห่งด้วยกัน คือ ยอดเขาพัทยา มีลานชมวิวกว้างและม้านั่งโดยรอบ พร้อมกล้องส่องทางไกลแบบหยอดเหรียญ จากจุดนี้สามารถเห็นเมืองพัทยาได้อย่างกว้างไกล ทั้งตึกสูง บ้านเรือนหนาแน่น เรือท่องเที่ยวที่จอดลอยลำอยู่ในอ่าวพัทยา รวมทั้งเห็นเกาะล้าน บรรยากาศชวนเพลิดเพลิน ลมเย็นสบาย ในช่วงค่ำจะเห็นแสงไฟของเมืองพัทยาสว่างไสว

ของฝากของที่ระลึก

ผลิตภัณฑ์ ประเภทอาหารทะเลได้แก่ ปลาแห้ง,ปลาเค็ม,กุ้งแห้ง,ปลาหมึกแห้ง,กะปิ,น้ำปลา ประเภทขนม และผลไม้ได้แก่ ข้าวหลามหนองมน-ขนมจาก,ขนุน,สับปะรดศรีราชา และผลิตภัณฑ์เครื่องจักสาน และผลไม้ดินปั้นจากอำเภอพนัสนิคม

การเดินทางโดยรถยนต์

ไป ตามถนนพัทยาสาย 2 มุ่งหน้าทิศใต้ผ่านแยกไปหาดจอมเทียน จากนั้นตรงไปขึ้นเขาผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติ จนถึงสามแยกบนเขาที่มีป้อมตำรวจ เลี้ยวขวาจะพบกับทางขึ้นเขาพัทยาอยู่ด้านขวา มีถนนไปจนถึงยอดเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุ สทร. 5 จอดรถไว้ได้ทั้งในและนอกสถานี

Ref : http://www.bloggang.com
http://www.edtguide.com

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยา 2310

จะดีแค่ไหน ถ้าในหมู้บ้าน ตำบล หรืออำเภอของเรา มีเหตุการณ์อะไรสักอย่างที่ไม่ดีนัก แล้วมีใครสักคนคอยประสานงานให้เพื่อช่วยให้แก้ไขปัญหานั้นอย่างรวดเร็ว

ในเมืองพัทยานั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายในด้านต่างๆ และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงจึงทำให้มีประชากรแฝงนิยมอาศัยอยู่ในเมืองพัทยา เป็นจำนวนมากคิดเป็นจำนวนประมาณ 4-5 แสนคน รวมกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลกที่เดินทางมาท่อง เที่ยวต่อปี จึงมีจำนวนประชากรมากกว่า 6 ล้านคน ประกอบกับประชาชน บางส่วนที่เข้ามาประกอบอาชีพอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ทำให้มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น เมื่อประชากรมากย่อมส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา คือ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสังคม ปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม ปัญหาด้านยาเสพติด

หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยา 2310 เป็นหน่วยงานที่ทำงานเบื้องหลังของเมืองพัทยา เป็นศูนย์วิทยุมีสมาชิกมากมายในเมืองนี้ และพร้อมที่จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงหากเกิดอุบัติเหตุ ถูกลักทรัพย์ ไฟใหม้ หรืออะไรที่ดูไม่ดีนัก

ใครบ้างล่ะที่เป็นสมาชิกของศูนย์ ? และคำตอบที่ได้อาจทำให้คุณมึนๆ งงๆ

ครับสมาชิกของศูนย์ก็ผู้คนส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตที่พัทยานี่แหละครับ พ่อค้า แม่ค้า คนขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ตำรวจ ทหาร ร.ป.ภ หรือ ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นสมาชิก เพราะศูนย์วิทยุทัพพระยานั้น เปิดกว้างให้ประชาชนทั่วไปที่สามารถใช้ วิทยุสื่อสารได้ (เป็นวิทยุสื่อสารในภาคประชาชน ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องขออนุญาติ) แจ้งเหตุเข้าไปที่ศูนย์ แล้วเจ้าหน้าที่จากทางศูนย์จะประสานงานให้ต่อไป แต่ทั้งนี้คุณต้องสมัครเป็นสมาชิกอย่างถูกต้องด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้อบรมเกี่ยวกับการแจ้งเหตุ การใช้วิทยุสื่อสาร และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จึงไม่แปลกเลย ถ้าคุณจะเห็นคนขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างมีวิทยุสื่อสารพกให้เห็นเป็นส่วนใหญ่

ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ได้ฟังสมาชิกหลายๆคน แจ้งเหตุเข้าไปที่ศูนย์บางครั้งก็คิดว่าบ้านเมืองนี้มันมีอะไรวุ่นวายนักหนา แต่พอฟังไปๆ เราได้รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา บางครั้งเส้นทางไหนที่มีการจราจรติดขัดมากๆเราก้จะรู้สาเหตุการติดขัด แล้วเลี่ยงได้ทัน มันก็ดีไปอีกแบบ และมาถึงวันนี้ผมกำลังจะบอกว่า ครั้งหนึ่งผมก็เคยแจ้ง ว.40 (อุบัติเหตุรถชนกัน) เข้าไปที่ศูนย์ด้วยเช่นกัน ถึงจะไม่บ่อยครั้ง แต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยเหลือใครสักคน และเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยา 2310ไปแล้ว

ขอให้หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยา 2310 อยู้คู่เมืองพัทยาไปนานๆนะครับ

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ร้านสะดวกซื้อ มากที่สุดในโลก...(แล้วมั้ง)

เมืองพัทยานั้นมีผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว แม่ค้า สาวอ๊อฟฟิต ชาวประมง หรือชาวบ้านที่อาศัยมานานแล้วก็ตาม การค้าขายที่นี่ไม่ต้องบอกเลยว่าทำอะไรขายแล้วจะขายไม่ได้ หรืออยู่ที่นี่แล้วจะอดตาย

ท่านที่อ่านเคยสังเกตุร้านสะดวกซื้อมั้ยครับ ว่ารอบๆบ้านคุณนั้น มีร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) แฟมิลี่มาร์ท 108Shop หรืออะไรก็แล้วแต่ มากมายแค่ไหน ถ้าคุณกำลังบอกว่า มันก็เยอะอยู่นะไกล้ๆบ้านคุณ ผมขอให้คุณมาเที่ยวที่พัทยาสักสองวัน ลองนับดู แล้วสังเกตุดีๆ ว่ามีมากกว่าบ้านคุณหรือเปล่าว ? แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามาผมจะบอกให้ก็ได้

ร้านสะดวกซื้อที่พัทยานั้นมันมีมากจนขี้เกียจนับ ยังไงหรือครับ ก็เพราะว่ามันมีร้านอย่างที่บอกเนี่ยบางที่ร้านเดียวกัน อยู่ห่างกันแค่ฝั่งตรงข้ามถนน รถสองคันสวนกันเท่านั้น พอมองไปอีกสามเสาไฟฟ้า คุณจะเจออีกร้านนึง แล้วถ้ายังมองไปไกลๆสักหน่อยคุณอาจเจออีกสองถึงสามร้านในระแวกนั้น บางครั้งในซอยเดียวกันแถวๆ พัทยาใต้คุณจะเจอร้าน 7-11 หรือ แฟมิลี่มาร์ท ประมาณ 5 ร้านในซอยเดียว แต่ละร้านห่างกันแค่ สามช่วงตึก ไหนจะอยู่ตามปั๊มน้ำมันใหญ่ๆยังไม่นับนะครับ หรือตามหลืบเขาต่างๆ ที่คุณไม่เคยไปแถวนั้น

เห็นไหมครับว่าคุณไม่อดแน่ ถึงแม้จะเที่ยวดึกแค่ไหนกลับมาถึงที่พักยังจะมีของกินแถวๆบ้านอีก เพื่อนผมบอกว่าร้านพวกนี้แหละต้นเหตุของความอ้วนแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ต้องขอบคุณร้านต่างๆเหล่นี้ต่างหากที่มีให้เรามากมายจริงๆ